Saturday, July 8, 2023

ไม่น่าเชื่อ!! ไทรอยด์เป็นพิษ หายได้ ภายใน 2-3 อาทิตย์ เพียงคุณทานสิ่งนี้

 


ไม่น่าเชื่อ!! ไทรอยด์เป็นพิษ หายได้ ภายใน 2-3 อาทิตย์ เพียงคุณทานสิ่งนี้



 



ไทรอยด์เป็นพิษ หรือโรคคอพอกเป็นพิษ ต่อมไทรอยด์ ซึ่งอยู่ที่ลำคอด้านหน้าต่ำกว่าลูกกระเดือกเล็กน้อย ทำหน้าที่สร้างและหลั่งฮอร์โมนไธรอยด์ออกสู่กระแสเลือด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ โดยเฉพาะหัวใจและประสาท โรคคอพอกเป็นพิษ เป็นการเสียสมดุลของฮอร์โมนไธรอยด์ โดยไม่ทรสาเหตุ และไม่เกี่ยวข้องกับอาหารทะเลแต่มีปัจจัยบางอย่างที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.เพศหญิง โรคนี้เกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 4-8 เท่า

2.กรรมพันธุ์ บางครอบครัวเป็นกันทั้งมารดา และลูกสาว

3.ความเครียดทางจิตใจ พบว่าทำให้เกิดอาการคอพอกเป็นพิษได้

ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ อาจสร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป ต่อมจะมีขนาดโตขึ้นจนมองเห็นได้ชัดเจน ถ้าคลำดูจะมีลักษณะหยุ่นไม่แข็ง อาจฟังได้ยินเสียงฟู่ ๆ เนื่องจากมีเลือดไปเลี้ยงต่อมมากกว่าปกติสมุนไพรที่จะช่วยรักษา ไทรอยด์เป็นพิษได้นั่นคือ น้ำใบย่านาง มาดูวิธีการทำกันเลย  

 สมุนไพรที่จะช่วยรักษาได้คือ “น้ำใบย่านาง” ให้คั้นใบย่านางต้มกินแทนน้ำเปล่า ปัจจุบันมีหัวน้ำใบย่านางสกัดขายตามร้านขายของเพื่อสุขภาพทั่วไป นำไปผสมน้ำดื่มได้เลย รสชาติไม่แตกต่างจากน้ำเปล่าและยังมีกลิ่นหอมชื่นใจอีกด้วย

   



นอกจากนั้นให้ปรับนิสัยการกิน หันมากินอาหารฤทธิ์เย็นแทน เช่นงดเนื้อสัตว์ แต่ยังกินปลาได้เช่นปลานึ่งทาเกลือเพื่อเสริมไอโอดีน กินผักผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม สัปปะรด แอปเปิลฯลฯ กินข้าวกับผักลวกปลานึ่ง โดยให้เน้นผักฤทธิ์เย็น (เสิร์จกูเกิลหาชื่อของผัก-ผลไม้ฤทธิ์เย็นได้เลย) ผู้มีประสบการณ์ป่วยเป็นไทรอยด์ เล่าว่า ทำตามคำแนะนำนี้ ค่าไทรอยด์ลดลง 50% ภายใน 2 สัปดาห์ และหายเป็นปรกติภายใน 3-4 เดือน แต่ต้องกินน้ำย่านางไปตลอดเพื่อรักษาสมดุลในร่างกายรักษาได้ด้วยธรรมชาติบำบัด

 ในทางแพทย์แผนโบราณตำราจีนและไทย กล่าวว่าไทรอยด์เป็นพิษเกิดจากการกินที่ไม่สมดุล กินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนมากกว่าฤทธิ์เย็น หรือหยินหยางไม่สมดุล จึงทำให้ภายในร่างกายร้อนเกิน จนกระทั่งการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปรกติ

 วิธีธรรมชาติบำบัดที่จะช่วยรักษาไทรอยด์ที่ผสมทั้งแผนจีนแผนไทยคือ “การแกว่งแขน” หรือการออกกำลังกายโดยการแกว่งแขนเป็นประจำวันละ 20 นาทีเป็นอย่างต่ำ

ที่มา Share-Si












กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Monday, March 22, 2021

วิธีปลูกมะละกอ ให้ต้นเตี้ย ลูกดกเต็มต้น รสหวาน





มะละกอนั้นนอกจากปลูกและดูแลไปแบบปกติมันอาจจะยังไม่พอ เพราะบางต้นก็ไม่ติดลูก ไม่มีผลผลิตให้เรียกว่าเป็นต้นมะละกอตัวผู้ สำหรับวันนี้เรามี 2 เทคนิคการทำมะละกอให้ออกลูกดก ๆ ใครสะดวกทำแบบไหนก็ลองเลือกกันดูได้เลย ขั้นตอนในการทำเป็นอย่างไรมาติดตามกันได้เลย



  1 การตัดยอด

การทำแบบนี้จะเป็นการเพิ่มจำนวนมะละกอให้มีหลายยอดได้ และพอมีหลายยอดเราก็มีมะละกอเพิ่มขึ้นนั่นเอง เราก็จัดการตัดต้นมะละกอเลย เหลือไว้ความสูงจากพื้นที่ 30 – 50 เซนติเมตร ระยะเวลา 3 สัปดาห์ผ่ านไปเราจะเห็นว่าต้นมะละกอแตกแขนงมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นกิ่งต้นใหม่ที่สมบูรณ์ จากนั้นเราก็บำรุงดูแลไปปกติเลย

หากเห็นว่ามียอดแขนงแตกออกมาหลายยอดให้เลือกยอดที่อยู่ตรงกันข้าม 3 – 4 ส่วน แล้วยอดอื่นก็ตัดออกให้หมดเราจะได้ต้นมะละกอที่มี 2 ยอด หากเอายอดไว้เยอะเกินอาหารจะไปเลี้ยงไม่เพียงพอ มะละกอ 1 ต้น ก็จะเป็น 3 – 4 ต้นได้ง่าย ๆ เลย และในทุกยอดที่แตกออกมานั้นติดผลหมดเลย และมัดที่ใช้ตัดนั้นจะต้องสะอาดอย่ าลืมหาถุงหรือพลาสติกคลอปตอไว้ไม่ให้น้ำเข้าด้วย จะทำให้ต้นไม่เน่า ปุ๋ ยที่ใช้บำรุงก็เป็นปุ๋ ยคอกเก่าจะบำรุงได้ดี

  2 การเอนต้นมะละกอ

เป็นอีกเทคนิคที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยเราจะทำการเอนต้นมะละกอ แต่จะต้องเอนตั้งแต่ต้นปลูกได้อายุ 1 เดือนเลย หาอะไรมามัดยึดสำต้นเข้ากับหลักแบบค่อย ๆ เอนลงเรื่อย ๆ ไปตามแนวราบกับพื้นค่อย ๆ อย่ างเบามือ หลังจากนั้นสักสัปดาห์ก็จะเห็นว่าต้นก็จะเอนไปทางที่เราโน้มเอาไว้แล้ว ยอดต้นมะละกอจะผงกหัวขึ้นแนวตั้งเหมือนเดิม แบบนี้ต้นมะละกอจะเตี้ยลงมาก บำรุงดูแลให้ดีผลผลิตจะเต็มต้นเลย และการเอนแบบนี้เวลาเก็บเกี่ยวจะสะดวกมาก ๆ ส่วนตรงโคนนั้นเวลาเอนก็หาก้อนหินมาทับไว้ช่วยทำให้ต้นเอนได้ดีขึ้น








ทั้ง2ธีนี้มีขั้นตอนการทำที่แตกต่างกันแต่ว่าก็เห็นผลทั้งคู่เลย ใครมีต้นมะละกอหลายต้นจะเลือกลองทำตามแบบทั้ง 2 วิธีเลยก็ได้เหมือนกัน และอย่ าลืม แบ่ง ปั น เค ล็ ดลับนี้ให้หลายคนได้เข้ามาอ่ า น และนำไปปรับใช้กันด้วยนะ เป็นประโยชน์มากสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกต้นมะละกอ


คุณพ่อสมพงษ์ จ. ขอนแก่น แนะนำว่าควรมีการเตรียมดินอย่างดี เช่นก่อนที่จะปลูกต้องมีการไถพรวนดินแล้วใส่ปุ๋ยคอก ก่อนที่จะนำต้นกล้ามาปลูกลงดินที่เตรียมไว้ เด็ดรากแก้วออกแล้วนำปูนขาวทา จะทำให้มะละกอได้ผลดก สิ่งที่สำคัญ คือน้ำ อย่าให้ขาด เพราะจะทำให้ต้นมะละกอเฉาได้ วิธีการปลูก มะละกอสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ ขัง แฉะ เพราะมะละกอเป็นพืชที่ไม่มีความ ทนทาน ต่อการถูกน้ำท่วม


ความเชื่อของคนอีสานใช้ผ้าถุงห่มให้ต้นมะละกอตัว หรือ ใช้กระดูกสัตว์ตอกเข้ากลางลำต้น วิธีหลังมะละกอกลัวตายมากกว่า ก็จะให้ลูกดอก อิอิเพิ่มยอดมะละกอ โดยตัดต้นมะละกอสูงประมาณ50 เซ็นต์ และบำรุงต้นจะเกิดยอดออกมาข้างๆหลายกิ่ง..ต้นเตี้ยด้วย








   การทำให้มะละกอติดลูกดกนั้น อาจจะทำให้ต้นโทรมเร็วหากดูแลไม่ถูกวิธี แต่การทำให้มะละกอติดลูกติดต่อกันหลายปีนี่สิน่าสนใจนะครับ ขอแนะนำเทคนิคการทำสาวให้มะละกอของ คุณสนอง เศษโม้ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.มหาสารคาม บอกว่าหลังจากที่เกษตรกรได้เก็บผลผลิตมะละกอรุ่นแรกไปแล้ว ควรจะทำสาวด้วยการตัดต้นมะละกอแล้วเลี้ยงยอดใหม่ ซึ่งหลังจากตัดต้นไปแล้วเพียง 3 เดือน ยอดใหม่ที่แตกออกมาจะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมและเก็บผล มะละกอดิบได้ในเดือนที่ 4 หลังจากตัดต้น

   เทคนิคในการทำสาวให้มะละกอให้ตัดต้นมะละกอให้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร (เผื่อลำต้นมะละกอจะต้องผุเปื่อยเน่าลงมาอีกประมาณ 1 คืบ) แต่เกษตรกรจะต้องช่วยเจาะรูให้น้ำมีทางระบายออกจากลำต้นด้วย ในการทำสาวเพื่อจะให้มีการแตกยอดใหม่ที่ดีควรทำในช่วงฤดูฝน หลังจากตัดต้นมะละกอเสร็จแล้ว หลังจากตัดต้นมะละกอเพื่อทำสาวเสร็จเกษตรกรจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น 16–16–16 หรือสูตรตัวหน้าสูง เช่น 32–10–10 และใส่ปุ๋ยคอกเก่าร่วมด้วย มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นจะมียอดมะละกอแตกออกมาใหม่หลายยอดให้คัดเลือกยอดที่สมบูรณ์ที่ สุดเหลือไว้เพียง

   ยอดเดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ยอดเจริญแข่งกัน ต้นมะละกอที่มีการทำสาวทุกปีจะมีการติดดกเหมือนกับต้นมะละกอปลูกใหม่ซึ่งผิด กับต้นมะละกอที่ไม่เคยทำสาวเลยจะมีการออกดอกและติดผลน้อยลง สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมะละกอในเชิงพาณิชย์ จะสามารถกำหนดการให้ผลผลิตด้วยวิธีการทำสาวกำหนดให้ต้นมะละกอมีผลผลิตขายได้ ในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งราคามะละกอดิบเพื่อใช้ ส้มตำในช่วงเวลาดังกล่าวจะเฉลี่ยสูง










ต้นไม้ก็เหมือนคนเรานั้นแหละค่ะ ถ้าต้องการให้พืชโตเร็วให้ผลผลิตมากๆเราก็ต้องมีวิธีบำรุงมันด้วย หรืออาจจะให้อาหารเสริมสำหรับพืชด้วย อย่างนี้เราต้องการให้มะละกอนั้นผลดกถ้าเร่งมะละกอมากเกินไปอาจจะทำให้มัน โทรมจนแก่ตายได้นะค่ะ ดังนั้นเราก็ต้องให้อาหารจานด่วนกับมะละกอด้วยแหละ หนูได้สูตรนี้มาจากอาจารย์ที่เชียวชาญด้านการปลูกพืชมาจาก อาหารจานด่วน วิธิทำ 1. ไข่ไก่ 1 ฟอง กระเทาะเปลือก ตีให้เข้ากัน 2. น้ำ 20 ลิตร 3. ปุ๋ยยูเรีย 20 cc 4. จูลินทรีย์หน่อกล้วย 4 ช้อนแกง 5. นำส่วนประกอบทั้งหมดมาหมักรวมกัน 7 วัน ก็สามารถใช้การได้

วิธีใช้ 1. สามารถใช้ผสมจูลินทรีย์หน่อกล้วย ในปริมาณ 20 cc /จูลินทรีย์หน่อกล้วย 20 cc/ น้ำ 20 ลิตร ก็ได 2. ใช้เฉพาะอาหารจานด่วนก็ได้ 20 cc/ น้ำ 20 ลิตร

แนะนำต่อไปด้วยนะค่ะไม่เปลืองมากค่ะมีเทคนิคและวิธีการทำให้มะละกอลูกดกดังนี้

โดยเริ่มจากการเตรียมดินให้มีความอุดมสมบรูณ์ก่อน และก่อนย้ายกล้าที่เพาะไว้ลงปลูกในแปลง คุณพ่อจะใช้ภูมิปัญญาเก่าๆ ที่สืบทอดกันมาทำให้มะละกอเป็นต้นกระเทยเสียก่อน โดยการตัดรากแก้วออกให้เหลือประมาณ 2 ข้อมือ แล้วนำต้นมะละกอลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ วิธีนี้นอกจากจะทำให้มะละกอติดลูกดกแล้ว ยังทำให้มะละกอโตเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้น 1 เดือน ทั้งยังติดลูกดกทุกต้นด้วย

ขอแนะนำให้ดูที่ดินเป็นอันดับต้น ๆ นะค่ะ ดินต้องดีมีประสิทธิภาพก่อนด้วยการเพื่อจุลินทรีย์ในดินด้วยการราด น้ำหมัดชีวภาพ ค่ะ ประการที่ 2 ให้เพื่อต้วแคลเซียมให้โดยเปลือกกุ้ง เปลือกปู หอย ที่เรากินแล้ว มาทิ้งไว้โค้นต้นเพื่อเป็นปุ๋ยค่ะ

ที่มา:  สายบุญ



กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Thursday, April 2, 2020

แวะมาบอก น้ำขมิ้นชัน ต้มดื่มเสริมภูมิคุ้มกันได้


         แวะมาบอก น้ำขมิ้นชัน ต้มดื่มเสริมภูมิคุ้มกันได้

สรรพคุณ ช่วยย่อย ขับลม บรรเทาอาการท้องอืด รักษาโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน โรคลำไส้อักเสบ[IBD] บรรเทาอาการภูมิแพ้




คนไทยสมัยก่อนเชื่อว่า กินขมิ้นชันแล้วจะไม่แก่ กินแล้วผิวสวย เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยปรับธาตุ ช่วยย่อย บำรุงตับ บำรุงดี บำรุงเลือดลมให้ไหลเวียนดี

การศึกษาสมัยใหม่ พบว่า ขมิ้นชัน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านอักเสบ ต้านฮีสตามีน ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย

ขมิ้นชันเป็นอาหารและเครื่องเทศอยู่แล้ว หากจะกินเป็นประจำก็ไม่มีปัญหา เพราะแม้แต่สภาพฤกษศาสตร์ของอเมริกา (The American Botanical Council ) ยังแนะนำว่า ไม่เหตุผลอะไรเลยที่จะไม่กินขมิ้นชันขนาดพอประมาณ (เช่น 1-2 กรัม) ทุกวัน ยกเว้นผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ตั้งครรภ์ หรือเป็นท่อน้ำดีอุดตันและนิ่วในถุงน้ำดี

ข้อห้าม/ข้อควรระวัง
* ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ขมิ้นชัน
* หญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะ 1-3 เดือนแรก(หลังคลอดทานได้)
* ผู้ที่เป็นนิ่วถุงน้ำดี ท่อน้ำดีอุดตัน
* ระวังการกินร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด โดยเฉพาะ วาร์ฟาริน เพราะเสริมฤทธิ์ยา




ที่มา: page สมุนไพรอภัยภูเบศร​


​​​​




กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Thursday, June 13, 2019

มะขามเทศ วิตามินซีสูง มีวิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สรรพคุณ สร้างคอลลาเจน ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

       มะขามเทศ วิตามินซีสูง มีวิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สรรพคุณ สร้างคอลลาเจน ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

 



มะขามเทศ ผลไม้บ้านบ้านหาได้ในท้องถิ่นทั่วไป มีสรรพคุณดีมาก ติดอันดับ 1/10 ของผลไม้ไทยที่มีวิตามินซีสูงมาก โดยเป็นวิตามินซีชนิดละลายน้ำ ที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนัง – หลอดเลือด - เอ็น – กระดูก และฟัน

  นอกจากนั้นยังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นวิตามินที่พบได้น้อยในผลไม้ วิตามินอีมีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ พร้อมกันนี้ วิตามินซี และวิตามินอี ยังรวมตัวกันช่วยปกป้องร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ




  มะขามเทศมีเส้นใยอาหารหรือกากอาหารสูง ทำให้ดีต่อระบบขับถ่าย มีแคลเซียม ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคโลหิตจาง
  ชีวอโรคยา แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อความพอเพียง เพื่อสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานไปต่อยอดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง ไม่ตอบคำถามเพิ่มเติม ไม่รับปรึกษาปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ประจำหน้าเพจ
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ 2558 แชร์ได้ห้ามคัดลอกไปโพสต์ใหม่
เรียบเรียงโดย ชีวอโรคยา อ้างอิงข้อมูลจาก กองโภชนาการ กรมอนามัย
ภาพโดย คุณ Oat Apisak Suwansak ได้รับอนุญาตถูกต้อง สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ 2558




  ชีวอโรคยา อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีไม่พึ่งสารเคมี ไม่ต้องรอให้ป่วยไปเสียค่ารักษาพยาบาลแพงๆ
ติดตามข้อมูลข่าวสาร การดูแลตัวเองวิถีธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมีได้ที่ Facebook ชีวอโรคยา

ที่มา: Facebook ชีวอโรคยา

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก ข่าวสารดี

กระชาย เปลือกหอยแครง รักษานิ่วในไต

            กระชาย เปลือกหอยแครง รักษานิ่วในไต




    นิ่วในไต เป็นแล้วอันตรายมาก ต้องพบแพทย์รักษาแบบต่อเนื่อง มีวิธีรักษาแนวธรรมชาติบำบัดด้วยสมุนไพร หากรู้ตัวว่าเป็นใหม่ๆ หรือเพิ่งเริ่มเป็นให้นำรากสด หรือที่เรียกกันว่า หัว “กระชาย” 3 รากหรือหัว กับ เปลือกหอยแครง ที่กินเนื้อหมดแล้ว 7 ฝา ล้างน้ำให้สะอาดต้มรวมกันกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือดเหลือครึ่งลิตร ดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็นครั้งละ 1 แก้ว ดื่มติดต่อกัน 3–5 วัน แล้วหยุด 2 วัน จึงต้มดื่มต่อตามกติกาที่กล่าวข้างต้นจนกว่านิ่วจะสลายไป สูตรนี้นิยมใช้กันมาแต่โบราณแล้ว


     กระชาย หรือ BOESENBERGIA ROTUNDA (L.) MANSF. อยู่ในวงศ์ ZINGI-BERACEAE บ้างเรียกกระชายเหลือง แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่า “กระชาย” สรรพคุณ แก้โรคในช่องปากเช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากแตกระแหง ขับระดูขาว แก้ใจสั่นหวิว กะโปกของ “กระชาย” ต้มรวมกับใบหญ้าขัดมอญ ดื่มต่างน้ำชา เป็นยาบำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน มีคุณสมบัติคล้ายกับ โสมจีน ซึ่งในหัวของ “กระชาย” มีสารหลายชนิด มีหัวสดขายทั่วไป เป็นชนิดเดียวกันกับกระชายที่นำมาปรุงอาหารทั่วไป





     ชีวอโรคยา แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อความพอเพียง เพื่อสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง ไม่รับปรึกษาปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ประจำหน้าเพจ
โดย ชีวอโรคยา เรียบเรียงจาก ไทยรัฐ โดย นายเกษตร
ภาพ: ชีวอโรคยา

ชีวอโรคยา อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีไม่พึ่งสารเคมี ไม่ต้องรอให้ป่วยไปเสียค่ารักษาพยาบาลแพงๆ
ติดตามข้อมูลข่าวสาร การดูแลตัวเองวิถีธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมีได้ที่ Facebook ชีวอโรคยา

 ที่มา: Facebook ชีวอโรคยา



กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก ข่าวสารดี

แชร์ประสบการณ์รักษา ริดสีดวง หายได้…ไม่ต้องผ่าแล้ว หายจริง

สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์การรักษาริดสีดวงสำหรับตัวดิฉันเองถือว่ารักษาได้เกือบ 100% เลยค่ะ เลยอยากจะมาแชร์ข้อมูล เผื่อใครอยากจะลองเอาไปทำดู ก่อนที่จะตัดสินใจผ่านะคะ
ก่อนอื่น ขออธิบายอาการคร่าวๆ ของดิฉันก่อนนะคะ









1. เป็นริดสีดวงมานานมากแล้วประมาณ 15 ปี เป็นตั้งแต่มัธยมต้นกันเลยย
2. ระยะที่เป็นน่าจะระยะที่ 4 คือไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้แล้วค่ะ แล้วช่วงอักเสบคือเลือดไหลเยอะ ร้าวรานมาก เคยเป็นแบบหนักสุดคือมีเลือดซึมออกมา 4 วันค่ะ..เกือบแย่
3. วิธีการที่เคยลอง
    3.1 ยาเหน็บ เคยลองเมื่อนานมาแล้ว แต่อ่านข้อมูลแล้วเค้าไม่ให้ใช้ติดต่อกันนานเพราะว่าจะทำให้ เนื้อเยื่อรอบทวารหนักบาง เลยเลิกใช้
    3.2 ยาฝรั่ง daflon เคยใช้ แต่ราคาแพงกว่ายาสมุนไพร เพชรสังฆาตและให้ผลเหมือนกัน คือ ช่วยบรรเทาอาการ
    3.3 ยาหม่องอินทรชิตร์ รุ่นแก้ริดสีดวง ดีค่ะ ช่วยให้รอบทวารชุ่มชื่น แต่ก็แค่บรรเทาอาการ
    3.4 และวิธีสุดท้ายค่ะ ที่ได้ผลมากสำหรับดิฉัน คือ หัวไชเท้า + น้ำผึ้ง

ต้องบอกก่อนนะคะว่าดิฉันกำลังจะตัดสินใจผ่าอยู่แล้วเชียววว เตรียมหาโรงพยาบาลแล้วด้วย ดูค่ารักษาแล้วก็แอบตกใจเล็กน้อย เลยลองเสริชดูอีกครั้ง แล้วก็มาเจอวิธีง่ายๆ วิธีนี้ ดูเป็นสูตรโบราณมาก เค้าเขียนไว้ว่า

“ท่านให้เอา หัวผักกาดขาว (หัวไชเท้า) สด ๑-๒ หัว นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหัวจุกทิ้งเสีย ตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำ ๑ ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งแท้ ๑ ช้อนโต๊ะ กวนให้เข้ากัน ใช้รับประทาน เวลาก่อนนอน (เวลากลางคืน) ถ้าเริ่มเป็นใหม่ๆ ปรุงยานี้รับประทานเพียง ๓ ครั้งเท่านั้น และดากออกจะหายเป็นปลิดทิ้งทันที ถ้าเป็นมานานแล้ว ให้ปรุงยานี้รับประทาน วันละ ๑ ครั้ง ทุกวันติดต่อกันประมาณ ๑๕ วัน สรรพคุณ : โรคริดสีดวงทวารหนักชนิดเลือดออก และดากออกจะหายขาด ชะงัดนักแล ฯ “

อ่านเสร็จปุ๊บ คิดเลยว่ายังไงก็ต้องลอง เพราะไม่อยากเสียตังค์ผ่า ดิฉันดูจากระยะที่ตัวเองเป็น ก็ให้เวลาตัวเองไว้เลยว่าจะกินเป็นเวลา 2 เดือน เพราะคิดว่า 15 วันอาจจะยังน้อยไป

วิธีทำก็ทำตามที่สูตรบอกเลยนะคะ แต่ดิฉันมีเครื่องแยกกาก ก็ตัดหัวไชเท้าออกมาไม่มากค่ะ ประมาณ 1.5 – 2 นิ้ว คั้นสด แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กินก่อนนอน .... จะบอกว่าครั้งแรกที่ดิ่ม เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้าสดๆ มันเผ็ด แต่พอกินๆ ไปก็ชินค่ะ พยายามนึกถึงคำที่ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา เข้าไว้...ดิ่มเสร็จ พยายามอย่าดิ่มน้ำตามนะคะ ถ้าไม่ไหวก็ดิ่ม 1 อึก พอค่ะ แล้วเข้านอนเลยย

ผลที่ได้คือ ดิ่มไปสองวัน อาการเจ็บลดน้อยลงอย่างรู้สึกได้ชัด เลือดไม่ออกตอนเข้าห้องน้ำจริงๆ ด้วย..แบบว่ามีกำลังใจในการดิ่มต่อขึ้นมาทันที

ส่วนตัวแล้วทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ดิฉันจะแช่ก้นในน้ำอุ่นนะคะ แล้วลองจับหัวริดซี่ดูค่ะ ค่อยๆ จับ ลองนวดๆ แล้วค่อยๆ ดันดูว่าเค้าจะเข้าไปได้รึป่าวว สำหรับดิฉันสัมผัสได้เลยว่าเค้าเล็กลง ณ ตอนนี้ เค้าเข้าไปแล้วค่ะ เหลืออยู่นิดหน่อย

จากผลการทดลองคือ ดิ่มไป 1 เดือนค่ะ ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลยย ก็คิดว่าจะดิ่มไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้าจะหายไป..เราก็ต้องให้เวลาเค้านะคะ วิธีธรรมชาติอาจจะให้เวลานานกว่า แต่ไม่เจ็บตัว และราคาถูกแสนถูก สนนราคาค่าหัวไชเท้า กะน้ำผึ้งนี่ยังไม่ถึง 300 บาทเลย...








นอกเหนือจากการรักษานี้ ดิฉันก็พยายามเปลี่ยนนิสัยการกินด้วยนะคะ สำหรับใครที่อยากจะลอง ดังนี้ค่ะ
1 ตื่นเช้ามาดื่นน้ำอุ่น 2 แก้ว เร่งการขับถ่าย
2. กินเมล็ดเจีย (chia seeds) 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนม ทุกเช้า เมล็ดเจียให้ไฟเบอร์สูงค่ะ ช่วยทำให้มีกากไย ท้องจะได้ไม่ผูก
3. พยายามจิบน้ำตลอดวัน



4 ทานเนื้อสัตว์น้อยลงค่ะ ถ้าทานก็จะทานเนื้อปลาส่วนใหญ่ ไก่บ้าง เพราะเนื้อพวกนี้ย่อยง่ายกว่าเนื้อแดง

ลองดูนะคะ วิธีธรรมชาติ แต่ได้ผลมาก ลองแล้วดีจริงจึงบอกต่อ

 ที่มา : KHAOBOX   



กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก ข่าวสารดี

ลดอาการปวดหลัง ขาชาจากหมอนรองกระดูก กดทับ หายได้ใน 3 อาทิตย์

       วิธีรักษาโรคกระดูกเสื่อม ด้วยภูมิปัญญาไทย

 แชร์ได้เลยก่อนแชร์กดไลน์ด้วยนะ ที่บอกไม่ใช่อะไรนะคืออยากรู้ว่า ใครติดตามบ้างจะลบออกถูกคน     เพราะมีรอเข้าเยอะแต่เต็มแล้ว
 ลิงก์ผู้สนับสนุน ช่วยกดไลน์ให้กำลังใจกัน






ส่วนผสม “น้ำกระชาย น้ำมะนาว น้ำผึ้ง” รักษาโรคกระดูกเสื่อม
ชุดละวัน เช้า เย็น แบ่งเอา



– กระชาย 1 ขีด
– น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
– มะนาว 2 ลูก

วิธีทำ “น้ำกระชาย น้ำมะนาว น้ำผึ้ง” รักษาโรคกระดูกเสื่อม

1. นำกระชายล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาตำ โดยใช้ครกหินอ่างศิลา หรือ ปั่นโดยใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ละเอียดเติมน้ำสะอาดลงไป 2 แก้ว

2. นำกระชายที่ตำหรือปั่น มากรองผ้าขาวบาง จนได้หัวเชื้อ เอาแต่น้ำหัวเชื้อ

3. ใส่น้ำผึ้ง และ มะนาวผสมลงไปปรุงรสตามใจชอบ
แนะนำให้ใช้วิธีการตำโดยใช้ครกหินอ่างศิลา จะช่วยในการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ

‪#‎เรื่องจริงจากผู้ป่วยโรคกระดูกเสื่อม‬
“หมอเพชร’ หรือ ดร. กฤษณา รัตนชาลี ศัลยแพทย์ด้านหัวใจ วัย 60 ต้นๆ เรียน จบแพทย์จากอังกฤษ และทำงานประจำอยู่ที่ต่างประเทศ เพิ่งบินกลับมาปฏิบัติธรรม ที่วัดเขาฯ เป็นครั้งแรก เล่าให้ฟังถึงเพื่อนหมอ ซึ่งไปตรวจที่ รพ.ศิริราช พบว่า เป็นโรคกระดูกเสื่อมเฉียบพลัน รพ.ให้ยามากินมากมาย หมอเพชรบอกเพื่อน เอายาทิ้งไปและลองกินน้ำกระชาย ซึ่งตามสูตรธรรมชาติบำบัดเป๊ะยิ่งกว่า ท่าน อ.สุทธิวัสส์ ซะอีก คือ ห้ามเพื่อนใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า ให้ใช้ครกหินอ่างศิลาตำๆ พอกระชายแหลก ก็เอามากรองด้วย




“กระชอนไม้” ปูรองด้วยผ้าขาวบาง จนได้หัวเชื้อ มาผสมกับ น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว กินอยู่ประมาณ ๑ เดือน ไปตรวจใหม่ หมอที่ศิริราชตกก๊ะใจ สงสัยว่าไปทำอะไรมา มวลกระดูกถึงแน่นปึ้กขนาดนี้!!!!! คนไข้ก็ไม่กล้าบอก หมอถามต่ออีกว่าแล้วยาที่ให้ไปกินหมดรึยัง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อนหมอเพชรคนนี้ก็กินน้ำกระชายเป็นเครื่องดื่มประจำตัว ประจำบ้าน แล้วไม่เคยป่วยด้วยโรคกระดูกเสื่อมอีกเลย
เห็นไหมละการนำเสนอข้อมูลดีวิธีดูแลสุขภาพให้ทุกคนได้อ่าน ได้ใช้ประโยชน์จริง รับรองว่าครั้งหน้าจะคัดสรร สรรหาแต่สิ่งดีๆเพื่อชาว เลยจ้า อย่าลืมนำวิธีรักษาโรคกระดูกเสื่อม ด้วยภูมิปัญญาไทย ไปใช้กันด้วย
ลดอาการปวดหลัง ขาชาจากหมอนรองกระดูก กดทับ หายได้ใน 3 อาทิตย์

ที่มา: khaodidi.com


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก ข่าวสารดี

Saturday, October 8, 2016

บอกต่อได้บุญ สูตรยาพอกเข่า แก้ปวดเข่า แก้ปวดเก๊าท์ จากสมุนไพรในบ้าน

             
     
                    บอกต่อได้บุญ สูตรยาพอกเข่า แก้ปวดเข่า แก้ปวดเก๊าท์ จากสมุนไพรในบ้าน

ข่า....สารพัดประโยชน์

ข่า เป็นสมุนไพรเก่าแก่มากที่สุดตัวหนึ่ง ที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน




คนไทยกินข่าและใช้ข่าในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ใช้เป็นเครื่องดับกลิ่นคาวในอาหารที่ใช้เนื้อเป็นส่วนประกอบ หรือใช้ทานกับเนื้อนึ่ง(จี๊นนึ่ง) เช่น น้ำพริกข่า (ของโปรดของหมอเอง^^) หรือใช้รักษาอาการป่วยต่างๆ เช่น...

- ในระบบทางเดินอาหารใช้ขับลม ฆ่าเชื้อ แก้ท้องเสียปวดบิด ช่วยขับน้ำดี

- ในระบบทางเดินหายใจ ใช้แก้ไอ แก้หอบหืด

   ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายตัว ที่กล่าวถึงคุณสมบัติที่สุดยอดของข่า เช่นความสามารถในการแก้อักเสบ ขยายหลอดลม เป็นต้น

   วันนี้หมอมีสูตรยาพอกเข่าแก้ปวดเก๊าท์มาฝากครับ ในกลุ่มคนไข้ที่ปวดเข่าและใช้น้ำมันหัวเข่า จะพบว่า กลุ่มที่ใช้เวลารักษานานที่สุดคือกลุ่มที่ปวดเข่าจากภาวะ "โรคเก๊าท์" จนบางท่านไม่ประสบผลสำเร็จจากการรักษาอาการปวดเข่าโดยใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว กลับกัน กลุ่มคนไข้ที่รับประทาน ชาตะไคร้ใบเตยร่วมกับการใช้น้ำมันหัวเข่า มีอาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!!

   สูตรพอกเข่าแก้ปวดเก๊าท์

1. ข่าแก่ 2 ข้อนิ้ว

2. ใบพลู 3 ใบ

3. เหล้าขาว 2 ช้อนโต๊ะ




   ตำข่าแก่กับใบพลูให้ละเอียด เติมเหล้าขาวลงไปผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้บนหัวเข่าข้างที่ปวด คนไข้จะรู้สึกเย็นๆ และอาจรู้สึกเหมือนมีลมออกจากหัวเข่า ลองพอกดูครับ พอกทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกครับ แนะนำพอกช่วงบ่ายๆ ที่เป็นเวลาของธาตุลมกระทำ จะช่วยกระจายลม แก้ปวดเข่าได้ดีครับ share ได้ครับ ง่ายๆ

อ้างอิง...คลินิกสมุนไพรหมอศุภการแพทย์แผนไทย

  ที่มา :เบ็ดเตล็ดไอเดีย


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก ข่าวสารดี