Monday, December 28, 2015

สาธุ! รู้ไหมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไหนใช้ธูปกี่ดอก...?


เคยงงไหมว่า เวลาเราจุดธูป บูชาพระ บูชาเทพ ไหว้เจ้า บูชาโน่น นี่ นั่น กระทั่งไหว้สัมภเวสีธรรมดา ไหว้ศาลตายายยังสับสนไหมว่าเราต้องใช้ธูปกี่ดอกกัน เพื่อความเป็นมงคลให้กับชีวิต ไทยรัฐออนไลน์พาไปหาคำตอบมาให้...




ธูป 1 ดอก : เป็นเรื่องของการเน้นหรือเจาะจง ในเรื่องที่เกี่ยวกับผีบ้านผีเรือน วิญญาณภาคพื้น เช่น การจุดไหว้เจ้าที่ หรือผีบ้านผีเรือน

ธูป 2 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวิญญาณ และการปักธูปบนอาหาร

ธูป 3 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ธูป 4 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 5 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดา คุณมารดา และครูบาอาจารย์

ธูป 6 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธาตุกำลังไฟ (คนที่เกิดวันอาทิตย์) ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 7 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ (ศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่) ครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว

ธูป 8 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องการเสริมดวง (คนที่เกิดวันอังคาร)

ธูป 9 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสักการบูชาเทพ เจ้าป่า เจ้าเขา หรือ รุกขเทวดาศาลพระภูมิ ศาลเทพ

ธูป 10 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้ในการเสริมดวงชะตา (คนที่เกิดวันเสาร์)

ธูป 11 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาเทวดาชั้นสูง

ธูป 12 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาพระราหู ใช้ในการสวดเสริมดวง (คนที่เกิดวันพุธกลางคืน)

ธูป 13 ดอก : ไม่นิยมจุด

ธูป 14 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาคุณพระสงฆ์ เช่น การจุดบูชาสักการะรูปปั้นพระสงฆ์

ธูป 15 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา (คนที่เกิดวันจันทร์)

ธูป 16 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาเทพชั้นสูง เช่น บูชาพรหม ฯลฯ (ใช้จุดกลางแจ้ง จุดธูปเทพเทวดา ทั้งสิบหกชั้นฟ้าด้วย)

ธูป 17 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้ในการเสริมดวงชะตา (คนที่เกิดวันพุธ)

ธูป 18 ดอก : ไม่นิยมจุด

ธูป 19 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการจุดบูชาครู และใช้ในการเสริมดวงชะตา (คนที่เกิดวันพฤหัสบดี)

ธูป 20 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 21 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาพระแม่ธรณี (ใช้ในพิธีเบิกพระแม่ธรณี) และการสวดเสริมดวงชะตา (คนที่เกิดวันศุกร์)

ธูป 32 ดอก : ใช้สวดชุมนุมเทวดาทั้ง 4 ทิศ (การไหว้ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน 1 โลกมนุษย์)

ธูป 38 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระธรรม

ธูป 39 ดอก : เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระแม่โพสพ

ธูป 56 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับคุณพระพุทธเจ้า

ธูป 108 ดอก : เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรมสวดเสริมดวงชะตา และบูชาสิ่งสูงสุดทั่วโลกทุกชั้นฟ้า




ขณะที่รองศาสตราจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการ นักโบราณคดีชื่อดัง กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์สั้นๆ ว่าจำนวนของธูปนั้นเป็นตำนานความเชื่อเป็นประเพณีที่มีมานาน โดยส่วนใหญ่คนไทยจะนิยมจุดธูปเลขคี่ ส่วนคนจีนมักจะจุดเลขคู่ส่วนใหญ่
'คนไทยนิยมเลขคี่เพราะเลขคี่เพราะมีความเป็นมงคล จำนวนดอก 1 - 3 - 5 - 7 - 9 แต่จะจำนวนลดหลั่นตามสถานภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ ส่วน 108 ดอก ซึ่งน่าจะมากที่สุดมันเป็นมงคล เป็นเลขมงคลซึ่งเป็นตอนหลังที่มีการเพิ่มจำนวนขึ้นมา ซึ่งกี่ดอกๆ ก็ขึ้นอยู่กับตำนานท้องถิ่น เวลาคนจะสร้างอะไรก็ต้องสร้างตำนานขึ้นมาเพื่อสร้างให้เหตุผลว่าทำไมแค่นั้นเอง' นักประวัติศาสตร์ชื่อดังกล่าวสรุป

 ที่มา : KHAOBOX  


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Friday, December 25, 2015

หยิบมาดูด่วน! หลงใช้ไปตั้งหลายใบ แบงค์ร้อยแบบนี้ เขาขายกันตั้งหลายพันบาท!


เนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคลวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี พุทธศักราช 2553
ธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 100 บาท ออกใช้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 9,999,999 ฉบับ ซึ่งเป็นธนบัตรที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย




ลักษณะเด่นของธนบัตรที่ระลึกฯ
ธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 100 บาท นี้ ด้านหน้ามีลักษณะ สี และขนาดเหมือนกับธนบัตรชนิดราคา 100 บาท ซึ่งใช้หมุนเวียนในปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนเฉพาะด้านหลังธนบัตรเป็นเรื่องราวของพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
ภาพประธานด้านหลังธนบัตร เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงโบกพระหัตถ์ และพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในงาน พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พุทธศักราช 2549 ตอนล่างของธนบัตรมีข้อความ “ราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี 28 เมษายน 2553” และ “บรมราชาภิเษกครบ 60 ปี 5 พฤษภาคม 2553”


ภาพประกอบด้านหลังธนบัตร เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งทักษิโณทก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประดับด้วยลายดอกพิกุล 6 ดอก เบื้องซ้ายมุมบน เชิญพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 พิมพ์บนธงชาติไทย เบื้องซ้ายมุมล่าง เชิญพระปฐม บรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493




ธนบัตรทุกฉบับมีเลข ๙ นำหน้าหมวดอักษรไทย ธ หมายถึง พระมหากษัตริย์ และอักษรโรมัน R ซึ่งมาจาก Rex และ Regina ในภาษาละติน หมายถึง พระมหากษัตริย์และพระราชินี ตามด้วยเลขหมาย จำนวน 7 หลัก เริ่มตั้งแต่ ๙ธ (R) ๐๐๐๐๐๐๑ - ๙ธ (R) ๙๙๙๙๙๙๙
กำหนดวันจ่ายแลก
ตั้งแต่วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป
ราคาที่จ่ายแลก
จ่ายแลกในราคาฉบับละ 100 บาท
สถานที่จ่ายแลก
สาขาธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกแห่งทั่วประเทศ


cr:siamupdate.com

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

แชร์ประสบการณ์รักษา ริดสีดวง หายได้…ไม่ต้องผ่าแล้ว หายจริง


สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์การรักษาริดสีดวงสำหรับตัวดิฉันเองถือว่ารักษาได้เกือบ 100% เลยค่ะ เลยอยากจะมาแชร์ข้อมูล เผื่อใครอยากจะลองเอาไปทำดู ก่อนที่จะตัดสินใจผ่านะคะ
ก่อนอื่น ขออธิบายอาการคร่าวๆ ของดิฉันก่อนนะคะ




1. เป็นริดสีดวงมานานมากแล้วประมาณ 15 ปี เป็นตั้งแต่มัธยมต้นกันเลยย
2. ระยะที่เป็นน่าจะระยะที่ 4 คือไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้แล้วค่ะ แล้วช่วงอักเสบคือเลือดไหลเยอะ ร้าวรานมาก เคยเป็นแบบหนักสุดคือมีเลือดซึมออกมา 4 วันค่ะ..เกือบแย่
3. วิธีการที่เคยลอง
    3.1 ยาเหน็บ เคยลองเมื่อนานมาแล้ว แต่อ่านข้อมูลแล้วเค้าไม่ให้ใช้ติดต่อกันนานเพราะว่าจะทำให้ เนื้อเยื่อรอบทวารหนักบาง เลยเลิกใช้
    3.2 ยาฝรั่ง daflon เคยใช้ แต่ราคาแพงกว่ายาสมุนไพร เพชรสังฆาตและให้ผลเหมือนกัน คือ ช่วยบรรเทาอาการ
    3.3 ยาหม่องอินทรชิตร์ รุ่นแก้ริดสีดวง ดีค่ะ ช่วยให้รอบทวารชุ่มชื่น แต่ก็แค่บรรเทาอาการ
    3.4 และวิธีสุดท้ายค่ะ ที่ได้ผลมากสำหรับดิฉัน คือ หัวไชเท้า + น้ำผึ้ง

ต้องบอกก่อนนะคะว่าดิฉันกำลังจะตัดสินใจผ่าอยู่แล้วเชียววว เตรียมหาโรงพยาบาลแล้วด้วย ดูค่ารักษาแล้วก็แอบตกใจเล็กน้อย เลยลองเสริชดูอีกครั้ง แล้วก็มาเจอวิธีง่ายๆ วิธีนี้ ดูเป็นสูตรโบราณมาก เค้าเขียนไว้ว่า

“ท่านให้เอา หัวผักกาดขาว (หัวไชเท้า) สด ๑-๒ หัว นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหัวจุกทิ้งเสีย ตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำ ๑ ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งแท้ ๑ ช้อนโต๊ะ กวนให้เข้ากัน ใช้รับประทาน เวลาก่อนนอน (เวลากลางคืน) ถ้าเริ่มเป็นใหม่ๆ ปรุงยานี้รับประทานเพียง ๓ ครั้งเท่านั้น และดากออกจะหายเป็นปลิดทิ้งทันที ถ้าเป็นมานานแล้ว ให้ปรุงยานี้รับประทาน วันละ ๑ ครั้ง ทุกวันติดต่อกันประมาณ ๑๕ วัน สรรพคุณ : โรคริดสีดวงทวารหนักชนิดเลือดออก และดากออกจะหายขาด ชะงัดนักแล ฯ “

อ่านเสร็จปุ๊บ คิดเลยว่ายังไงก็ต้องลอง เพราะไม่อยากเสียตังค์ผ่า ดิฉันดูจากระยะที่ตัวเองเป็น ก็ให้เวลาตัวเองไว้เลยว่าจะกินเป็นเวลา 2 เดือน เพราะคิดว่า 15 วันอาจจะยังน้อยไป

วิธีทำก็ทำตามที่สูตรบอกเลยนะคะ แต่ดิฉันมีเครื่องแยกกาก ก็ตัดหัวไชเท้าออกมาไม่มากค่ะ ประมาณ 1.5 – 2 นิ้ว คั้นสด แล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กินก่อนนอน .... จะบอกว่าครั้งแรกที่ดิ่ม เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้าสดๆ มันเผ็ด แต่พอกินๆ ไปก็ชินค่ะ พยายามนึกถึงคำที่ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา เข้าไว้...ดิ่มเสร็จ พยายามอย่าดิ่มน้ำตามนะคะ ถ้าไม่ไหวก็ดิ่ม 1 อึก พอค่ะ แล้วเข้านอนเลยย

ผลที่ได้คือ ดิ่มไปสองวัน อาการเจ็บลดน้อยลงอย่างรู้สึกได้ชัด เลือดไม่ออกตอนเข้าห้องน้ำจริงๆ ด้วย..แบบว่ามีกำลังใจในการดิ่มต่อขึ้นมาทันที

ส่วนตัวแล้วทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ดิฉันจะแช่ก้นในน้ำอุ่นนะคะ แล้วลองจับหัวริดซี่ดูค่ะ ค่อยๆ จับ ลองนวดๆ แล้วค่อยๆ ดันดูว่าเค้าจะเข้าไปได้รึป่าวว สำหรับดิฉันสัมผัสได้เลยว่าเค้าเล็กลง ณ ตอนนี้ เค้าเข้าไปแล้วค่ะ เหลืออยู่นิดหน่อย

จากผลการทดลองคือ ดิ่มไป 1 เดือนค่ะ ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลยย ก็คิดว่าจะดิ่มไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้าจะหายไป..เราก็ต้องให้เวลาเค้านะคะ วิธีธรรมชาติอาจจะให้เวลานานกว่า แต่ไม่เจ็บตัว และราคาถูกแสนถูก สนนราคาค่าหัวไชเท้า กะน้ำผึ้งนี่ยังไม่ถึง 300 บาทเลย...




นอกเหนือจากการรักษานี้ ดิฉันก็พยายามเปลี่ยนนิสัยการกินด้วยนะคะ สำหรับใครที่อยากจะลอง ดังนี้ค่ะ
1 ตื่นเช้ามาดื่นน้ำอุ่น 2 แก้ว เร่งการขับถ่าย
2. กินเมล็ดเจีย (chia seeds) 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนม ทุกเช้า เมล็ดเจียให้ไฟเบอร์สูงค่ะ ช่วยทำให้มีกากไย ท้องจะได้ไม่ผูก
3. พยายามจิบน้ำตลอดวัน
4 ทานเนื้อสัตว์น้อยลงค่ะ ถ้าทานก็จะทานเนื้อปลาส่วนใหญ่ ไก่บ้าง เพราะเนื้อพวกนี้ย่อยง่ายกว่าเนื้อแดง

ลองดูนะคะ วิธีธรรมชาติ แต่ได้ผลมาก ลองแล้วดีจริงจึงบอกต่อ

 ที่มา : KHAOBOX  

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Thursday, December 24, 2015

3 คาถาบูชาพ่อแม่! สวดทุกวัน แล้วชีวิตจะมีแต่โชคลาภ (1 แชร์ได้บุญ) ขอแชร์ค่ะ!!


เทศกาลสำคัญที่กระตุ้นความรู้สึกให้หลายคนระลึกถึงความสำคัญของผู้มีพระคุณ คงหนีไม่พ้นวันพ่อ และ วันแม่ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เราสามารถแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อแม่ได้ทุกวัน ไม่ว่าคุณกับพ่อแม่จะอยู่ห่างไกลกันหรือเดินสวนในบ้านเดียวกัน ก็ไม่ควรจะปล่อยละเลย




นอกจากการนำพวงมาลัยและรดน้ำขอขมาแล้ว ก็ยังมีการสวด คาถาบูชาพ่อแม่ ทุกครั้งก่อนนอนโดยอานิสงค์ที่สวดจะทำให้คุณและครอบครัวมีความสุข หรือหากว่าในวันแม่ที่จะถึงนี้ คุณจะนำพวงมาลัยพร้อมกับ คาถาบูชาพ่อแม่ ไปสวดพร้อมกันเลยก็ได้นะคะ จำไม่ได้ก็จดใส่กระดาษเล็กๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่ได้แล้วค่ะ ขอให้ทุกๆ วัน เป็นวันแม่นะคะ

1. อิมินาสักกาเรนะ ข้าขอกราบสักการะบูชา อันพระบิดร มารดา ตัวข้าขอน้อมระลึกคุณ ท่านมีเมตตาการุณ อุปการะคุณต่อบุตรธิดา ท่านให้กำเนิดลูกมา ทั้งการศึกษาและอบรม ถึงแม้ลำบากขื่นขม ทุกข์ระทมสักเพียงใด ท่านไม่เคยหวั่นใหว ต่อสิ่งใดที่ใด้เลี้ยงมา พระคุณท่านล้นฟ้า ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน ข้าขอบูชาเป็นอาจิณ ตราบจนสิ้นดวงชีวา ขอปวงเทพไท้รักษา อันพระบิดรมารดาของข้า เทอญ..

 2. มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเทสุ วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง)

 3. อะนันตะคุณะ สัมปันนา ชะเนติชะนากา อุโภ มัยหัง มาตา ปิตูนังวะ ปาทา วันทามิ สาทะรัง




 หลังจากสวดบูชาแล้ว หากสะดวกก็ทำพิธีขออโหสิกรรมต่อเลยก็ได้ โดยให้เตรียมน้ำโรยดอกมะลิไปหนึ่งขัน แล้วพูดว่า “กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โย โทโส อันว่าโทษใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอใหคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย” หลังจากนั้นราดน้ำรดมือ รดเท้า

 แชร์ต่อให้คนที่คุณรักได้สวด เพื่อสิริมงคลกับชีวิตเพื่อโชคลาภ ความรุ่งเรือง ความร่ำรวย ต่อตัวคุณ

 ที่มา : KHAOBOX    

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Wednesday, December 23, 2015

71 คำศัพท์อาการป่วย ภาษาอังกฤษ แบบสั้นๆ เข้าใจง่าย


ทางการแพทย์จะมีภาษาเฉพาะที่ไว้ใช้เรียกชื่อโรค หรืออาการป่วยต่างๆ ซึ่งในบางโรคนั้นอาจจะมีชื่อเรียกเฉพาะทางที่ยาวเกินไป คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจ และจดจำได้ยาก วันนี้เราจึงนำสาระความรู้เกี่ยวกับเรื่อง คำศัพท์อาการป่วย เป็นภาษาอังกฤษ ที่เข้าใจได้ง่ายๆ ตามแบบฉบับคนทั่วไป มาให้ได้เรียนรู้กันค่ะ จะได้เข้าใจ และนำไปใช้ได้ถูกต้องนะคะ




1.gout อ่านว่า เกาท์ ความหมาย โรคเกาต์

2.hemorrhoids อ่านว่า เฮมะรอยดสฺ ความหมาย ริดสีดวงทวาร

3.piles  อ่านว่า ไพลสฺ ความหมาย ริดสีดวงทวาร

4.pneumonia อ่านว่านิวโมเนีย ความหมายโรคปอดบวม

5.gastritis   อ่านว่า แกซไทรซิส ความหมาย โรคกระเพาะอาหารอักเสบ

6.appendicitis อ่านว่า แอพเพนดิไซทิส ความหมาย โรคไส้ติ่งอักเสบ

7.enteritis  อ่านว่า เอนเทอไรทิซ ความหมายโรคลำไส้อักเสบ

8.food poisoning  อ่านว่า ฟูด พอยเซินนิง ความหมาย อาหารเป็นพิษ

9.diarrhea  อ่านว่า ไดเออะเรีย ความหมาย ท้องร่วง

10.jaundice  อ่านว่า จอนดิซ ความหมาย ดีซ่าน

11.cirrhosis อ่านว่า สิโรซิสความหมาย โรคตับแข็ง

12.gallstones อ่านว่า กอลสโตนสฺ ความหมาย โรคนิ่วในถุงน้ำดี

13.diabetes อ่านว่า ไดอะบีทสฺ ความหมาย โรคเบาหวาน

14.tonsillitis อ่านว่า ทอนซิลลิซิส ความหมาย ต่อมทอนซิลอักเสบ

15.fever อ่านว่า ฟีเวอรฺ ความหมายไข้

16.measles อ่านว่า มีเซิล ความหมาย โรคหัด

17.German measles เจอมัน มีเซิล ความหมาย โรคหัดเยอรมัน

18.rubella อ่านว่า รูเบลลา ความหมาย โรคหัดเยอรมัน

19.cancer อ่านว่า แคนเซอร์ ความหมาย โรคมะเร็ง

20.chicken pox  อ่านว่า ชิคเคน พ็อกสฺ ความหมาย อีสุกอีใส

21.dengue fever อ่านว่า เดงกี ฟีเวอรฺ ความหมาย ไข้เลือดออก

22.heart disease อ่านว่า ฮารฺทฺ ดิซีสฺ ความหมาย โรคหัวใจ

23.whooping cough อ่านว่า วูปปิง คอฟ ความหมาย โรคไอกรน

24.pertussisอ่านว่า  เพอทัสซิส ความหมาย โรคไอกรน

25.diphtheria อ่านว่า ดิพเธอเรีย ความหมาย โรคคอตีบ

26.tetanus อ่านว่า เททานัส ความหมาย โรคบาดทะยัก

27.asthmatic อ่านว่า แอสแมทิคฺ ความหมาย โรคหอบหืด

28.sinusitis อ่านว่า ไซนัสไซทิซความหมาย โรคไซนัสอักเสบ

29.laryngitis อ่านว่า ลาริงไจทิซ ความหมายโรคกล่องเสียงอักเสบ

30.stye อ่านว่า สตาย ความหมายโรคตากุ้งยิง

31.allergy อ่านว่า อัลเลอรฺจี ความหมาย ภูมิแพ้

32.shoulder stiffness อ่านว่า โชลเดอ สติฟเนส ความหมาย ไหล่เกร็ง

33.depression อ่านว่า ดีเพรสเชิน ความหมาย โรคซึมเศร้า

34.athlete’s foot อ่านว่า แอธลีทสฺ ฟูท ความหมาย โรคน้ำกัดเท้า /ฮ่องกงฟุต/กลากที่เท้า

35.impacted tooth อ่านว่า อิมแพคเท็ด ทูธ ความหมาย ฟันคุด

36.mumps อ่านว่า มัมพสฺ ความหมาย คางทูม

37.cold อ่านว่า โคลดฺ ความหมาย โรคหวัด,หนาว

38.constipation อ่านว่า คอนสทิเพเชิน ความหมาย อาการท้องผูก

39.dyspepsia อ่านว่า ดิสเพพเซีย ความหมาย อาการอาหารไม่ย่อย

40.dehydration อ่านว่า  ดีไฮเดรเชินความหมาย อาการที่ร่างกายขาดน้ำ

41.sprain อ่านว่า สเปรน ความหมาย อาการเคล็ด หรือแพลง

42.heartburn อ่านว่า ฮารฺทเบิรฺน ความหมาย อาการจุกเสียดแน่นท้อง

43.toothache อ่านว่า ทูธเอค ความหมายอาการปวดฟัน

44.stomachache  อ่านว่า สตอมัคเอค ความหมายอาการปวดท้อง

45.eyestrain อ่านว่า อายสเตรน ความหมาย อาการเพลียตา

46.insomnia  อ่านว่า อินซอมเนีย ความหมาย อาการนอนไม่หลับ

47.crick อ่านว่า  คริคฺ ความหมาย อาการเจ็บตึงกล้ามเนื้อ

48.sore throat อ่านว่า ซอรฺ โธรท ความหมาย อาการเจ็บคอ

49.stuffy nose อ่านว่า สตัฟฟี โนส ความหมาย อาการคัดจมูก

50.nose bleed อ่านว่า โนส บลีด ความหมาย อาการเลือดกำเดาไหล

51.convulsion อ่านว่า  คอนวัลเชิน ความหมาย การชักกระตุก

52.fracture อ่านว่า แฟรคเจอ ความหมาย กระดูกร้าว/หัก

53.broken bone อ่านว่า โบรกเคน โบน ความหมาย กระดูกหัก

54.burn อ่านว่า เบิรฺน ความหมาย แผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

55.blister อ่านว่า บลิสเตอ ความหมาย  แผลพุพอง

56.conjunctivitis อ่านว่า คอนจังทิไวซิส ความหมาย เยื่อบุตาอักเสบ/ตาแดง

57.nauseous อ่านว่า นอเซียส ความหมาย  คลื่นไส้

58.vomit อ่านว่า วอมิทฺ  อาเจียน

59.bleeding อ่านว่า บลีดดิง ความหมาย ที่มีเลือดไหล




60.misshapen อ่านว่า มิสเชพเพน ความหมาย ที่ผิดรูปผิดร่าง

61.bruise อ่านว่า บรูซฺ ความหมาย แผลฟกช้ำ

62.cough อ่านว่า คอฟ ความหมาย ไอ

63.inflamed อ่านว่า อินเฟลมดฺ ความหมาย อักเสบ

64.runny nose อ่านว่า รันนี โนส ความหมายน้ำมูกไหล

65.phlegm อ่านว่า เฟลม ความหมาย เสมหะ

66.swollen อ่านว่า สวอลเลิน ความหมายบวม

67.pus อ่านว่า พัสฺ ความหมาย หนอง

68.purulent อ่านว่า พูรูเลนทฺ ความหมายเป็นหนอง

69.chronic อ่านว่า ครอนิค ความหมาย เรื้อรัง

70.hiccup อ่านว่า ฮิคคัพ ความหมาย สะอึก

71.perspire อ่านว่า เพอรฺสไพรฺ ความหมาย เหงื่อออก

ที่มา : share-si.com 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

3 ขั้นตอนรอดตาย เมื่อคันเร่งค้าง ในแบบที่ถูกวิธีและปลอดภัย 100%


3 ขั้นตอนรอดตาย เมื่อคันเร่งค้าง ในแบบที่ถูกวิธีและปลอดภัย 100%




หลายคนคงเข้าใจอะไรผิดๆกับการแก้ปัญหาในเรื่องคันเร่งค้าง อาจเข้าใจว่าเป็นเรื่องง่ายๆ หากคันเร่งค้างก็แค่ดับเครื่อง ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดและอันตรายมาก อาจทำให้เสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นเรามาแก้ปัญหาให้ถูกต้องกันดีกว่าครับ


3 ขั้นตอนรอดตาย เมื่อ คันเร่งค้าง


1. ผลักเกียร์ไปที่เกียร์ N อย่างเร็วที่สุด ไม่ต้องกลัวรอบสูง จะสูงแค่ไหนช่างมัน แต่ล้อมันจะชะลอความเร็วได้

2. ประครองพวงมาลัยให้มั่น ค่อยๆเบรคชะลอไปเรื่อยๆ จากนั้นนำรถเข้าที่ปลอดภัย

3. สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าดับเครื่อง ถ้าดับแล้ว มันจะเบรกไม่ได้ และหักพวงมาลัยไม่ได้อีกด้วย

ดังนั้นเมื่อคันเร่งค้าง แล้วดับเครื่อง พอจะนึกภาพออกกันใช่ไหมครับว่า เมื่อพวงมาลัยล๊อค และเบรคเหยียบไม่ลง อาจทำให้เกิดอันตราย ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ที่มา : share-si.com



กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Tuesday, December 22, 2015

ทำไมต้องทำกับคนที่เพิ่งตายใน 20 นาทีแรก ถ้าทราบเหตุผลต้องขนลุกซู่


เรื่องบาปบุญ เวรกรรม ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อว่าพุทธศาสนิกชนหลายคนต่างศึกษาเพื่อทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับจิต ทั้งตอนมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต นับเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวมนุษย์ให้เกิดการกระทำทั้งสิ้น ทั้งนี้เราเคยสงสัยกันไหมว่า เหตุใดก่อนที่มนุษย์จะตาย จึงต้องมีการให้นั่งสงบจิต แล้วสวดมนต์ ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า เป็นการทำจิตก่อนไปให้ดี เพื่อไปสู่ภพภูมิที่ดี  จะเป็นจริงหรือไม่นั่น ทางพระ นภดล สิริวโส ท่านได้ออกมาระบุเรื่องนี้ให้ฟังว่า




“จิตสุดท้ายก่อนตาย”

สำคัญก็จริง แต่ …….

“จิตหลังความตาย 20 นาทีแรก”

ก็มีความสำคัญในการเปลี่ยนภพด้วย

“การศึกษาทางประสาทสรีรวิทยา นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

พบว่าหนูที่ตายใหม่ๆ หัวใจหยุดทำงาน เลือดหยุดไปเลี้ยงสมอง แต่คลื่นสมองยังคงอยู่ในภาวะ “ตื่นตัวขั้นสูง”

บ่งบอกถึงการมีสติสัมปชัญญะของคนเมื่อหัวใจหยุดเต้น”

ดังนั้น ทางการแพทย์บอกว่า “ตาย” แต่สมองยังทำงานอยู่ เป็น “การสร้างภาพจากสังขารจิต 20 นาที” ว่าจะไปภพภูมิใด

ดังนั้น จึงควร “เหนี่ยวนำ ไม่ให้นิมิตมาหลอกหลอน 20 นาที หลังหัวใจหยุดเต้น (กรรม กรรมนิมิต คตินิมิต) การเข้าสู่ความมืด(ภวังคจิต) บังสุกุล คำศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละศาสนาจะปลุกจิตให้ตื่นหรือถอนออกมาเอง”

แปลว่า ต่อให้ก่อนตายญาติและคนไข้ได้เตรียมตัวเหนี่ยวนำจิตเป็นอย่างดี จนตายไปแล้ว (ก็คือหัวใจหยุดทำงาน)

สมองก็ยังเหนี่ยวนำสิ่งที่ทำก่อนตายอยู่ เช่น ถ้ากำลังสวดมนตร์ภาวนา ตายไปแล้วจิตและสมองก็ยังหมกมุ่นอยู่กับการสวดมนตร์ภาวนา ดวงจิตก็ย่อมเปลี่ยนภพภูมิไปที่ดี

แต่หากสมมติว่า ก่อนตายเตรียมตัวดีมาก แต่เมื่อตายไปแล้ว

ญาติๆ ร้องไหร้ระงึมเสียงดังลั่น หรือ ลูกหลานทะเลาะแย่งสมบัติด้วยเสียงแซ่งแซ่ บรรยากาศเหล่านนั้นก็จะเหนี่ยวนำให้สมองครุ่นคิดตรงนั้นและก็นำพาดวงจิตไปสู่ภพภูมิไม่ดีได้นั่นเอง

ดังนั้น สิ่งที่ควรทำหลังความตาย 20 นาทีแรก

คือ สวดมนต์ โดยสิ่งที่อาจารย์อาภรณ์ทำประจำคือ เมื่อรู้ว่ามีคนไข้ตาย ก็จะหยิบขวดน้ำมนต์เย็นๆ ในตู้เย็นติดมือไป และหยดน้ำมนต์ที่ตาที่สาม (จักระ 6) ตรงหน้าผากหว่างคิ้ว เพื่อให้ความเย็นของน้ำไปส่งสัญญาณให้สมองที่ตรงกลางข้างในซึ่งยังทำงานอยู่ได้ตื่นตัวฟังเสียงสวดมนตร์หรือบังสุกุล แต่ถ้าใครไม่มีน้ำมนต์ ก็ให้ใช้น้ำเย็นธรรมดาก็ได้

สรุป

บรรยากาศในการเตรียมตัวก่อนตายและหลังความตาย 20 นาที

จะต้องปราศจากเสียงร้องไห้เศร้าโศก

การทะเลาะเบาะแว้ง

หรือการพูดเรื่องไม่สบายใจ

เพื่อให้คนตายได้เปลี่ยนภพภูมิที่ดีขึ้น




แต่ทั้งนี้ ตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องทำความดี ละความชั่ว ขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใสด้วย

จะได้พร้อมเปลี่ยนภพภูมิได้ทุกที่ ทุกเวลา

จิตใครเศร้าหมอง ก็สั่งจิตให้คลายความเศร้าหมอง ให้อภัยปล่อยวาง

คิดซะว่ากฎหมายเอาผิดไม่ได้ แต่ก็หนีกฏแห่งกรรมไม่พ้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่กฏแห่งกรรม

เราไม่ต้องไปเอาคืนแก้แค้น เอาเวลามาทำจิตให้ผ่องใสเข้าสู่ความว่างดีกว่า

ที่มา : share-si.com


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Monday, December 21, 2015

ภาษีรถยนต์ใหม่ เริ่มใช้ปี 59 เรื่องที่คนเตรียมถอยรถป้ายแดงควรรู้

 ภาษี รถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2559 ทำให้คนที่กำลังคิดจะ ซื้อรถ ต้องนั่งคำนวณตัวเลขกันวุ่นกับภาษีที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น แต่งานนี้ Eco Car ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ เพราะได้ลดภาษี !




        ใครที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ในช่วงปี 2559 เตรียมเก็บเงินเพิ่มได้เลย เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป รัฐบาลจะทำการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ทั้งระบบ เนื่องจากเห็นว่า การจัดเก็บภาษีในอัตราเดิมนั้นมีการบิดเบือนโครงสร้างทางภาษีสรรพสามิต และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีรถยนต์ จึงได้มีการคลอดเกณฑ์การจัดเก็บภาษีรถยนต์แบบใหม่ โดยพิจารณาจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยหวังจะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง

        งานนี้เหล่าผู้ที่กำลังจะควักกระเป๋าซื้อรถประเภทอีโคคาร์ ดูเหมือนจะได้รับอานิสงส์จากภาษีใหม่ไปเต็ม ๆ เพราะเป็นรถประเภทที่ปล่อยไอเสียในอัตราที่ไม่สูงมาก ทำให้อัตราการเก็บภาษีลดลงไปโดยปริยาย ขณะที่รถยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่ปล่อยไอเสียในอัตราที่สูง ก็เตรียมก้มหน้ารับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นตามปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาได้เลย ซึ่งแบ่งเป็นการคิดภาษีตามประเภทรถยนต์และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนี้


จากตารางที่แสดงอยู่ด้านบนทางด้านกรมสรรพสามิตแบ่งแยกรถยนต์อย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่สามารถจำแยกเครื่องยนต์ออกไปอย่างละเอียดได้ อัตราภาษีจะอย่างในช่วง 10% จนไปถึง 50% เลยทีเดียว เราจะมาแบ่งแยกให้ชัดเจนเพื่อทำควมเข้าใจกับระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่กัน โดยจะแบ่งออกเป็น 8 ประเภท

 1. รถยนต์นั่ง และรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 35% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 40% (เดิมจัดเก็บภาษี 30%)

# เก๋ง/เอสยูวี ไม่เกิน 2,000 ซีซี ภาษีขึ้น 3-10 %
รถยนต์นั่งในพิกัดนี้ ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในตลาด มีตั้งแต่ รถยนต์ระดับซับคอมแพคท์ จนถึงรถยนต์ระดับพรีเมียมหลายรุ่น ที่หันมาใช้เครื่องยนต์ความจุน้อยลง รวมทั้งเอสยูวีบางรุ่นด้วย

ในอัตราภาษีเดิม รถยนต์ซับคอมแพคท์ ที่รองรับน้ำมัน E20 เช่น โตโยตา วีออส, เชฟโรเลต์ โซนิค, ฟอร์ด ฟิเอสตา จะเสีย 25 % แต่อัตราใหม่ รถเหล่านี้ถ้าปล่อย CO2 ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะต้องเสียภาษีเพิ่มเป็น 30 % ส่วนรถบางรุ่นที่รองรับน้ำมัน E85 เช่น ฮอนด้า แจ๊ซ จะเสีย 25% เท่าเดิม

รถยนต์คอมแพคท์ ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1,780-2,000 ซีซี และรองรับน้ำมัน E85 เช่น โตโยตา อัลทิส (เฉพาะเครื่อง 1,800 ซีซี), ฮอนดา ซีวิค, เชฟโรเลต์ ครูซ (เฉพาะเครื่อง 1,800 ซีซี), มาซดา 3 อัตราเดิมเสีย 22 % ส่วนอัตราใหม่ รุ่นที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียเพิ่มเป็น 25 % ส่วนรุ่นที่ปล่อยในพิกัด 151-200 กรัมต่อกิโลเมตร เสียเพิ่มเป็น 30 % ส่วนรถที่รองรับน้ำมัน E20 จากเดิมเสีย 25 % ก็จะต้องเพิ่มเป็น 30 % หรือ 35 % ตามปริมาณการปล่อยไอเสีย

รถยนต์นั่งขนาดกลางและเอสยูวีหลายรุ่น ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เช่น โตโยตา แคมรี, ฮอนดา แอคคอร์ด, ฮอนดา ซีอาร์วี, นิสสัน เทอานา, มาซดา ซีเอกซ์-5 ฯลฯ มีทั้งรุ่นที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85 ซึ่งถูกคิดภาษีอยู่ที่ 25 % และ 22 % ตามลำดับ รถระดับนี้ ส่วนใหญ่ยังคงปล่อยไอเสียในพิกัด 151-200 กรัมต่อกิโลเมตรอยู่ ดังนั้น จะเสียภาษี 35 % หรือ 30 % ขึ้นกับน้ำมันที่รองรับ

นอกจากนี้ รถยนต์ระดับพรีเมียม ตั้งแต่ขนาดซับคอมแพคท์ จนถึงขนาดกลางหลายรุ่น ก็จะถูกคิดภาษีเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณการปล่อยไอเสีย

  เก๋ง/เอสยูวี 2,001-2,500 ซีซี ภาษีแพงขึ้น
ในพิกัดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์นั่งและเอสยูวีขนาดกลาง รวมถึงรถยนต์ระดับพรีเมียมบางรุ่น  ซึ่งเดิมเสียภาษี 30 % และ 27 % ขึ้นอยู่กับว่ารองรับน้ำมัน E20 หรือ E85 ซึ่งเท่าที่สำรวจรถในตลาด พบว่า รถที่ใช้เครื่องยนต์ระดับนี้ จะปล่อยไอเสีย 151-200 กรัมต่อกิโลเมตร ดังนั้นจะถูกเพิ่มภาษีเป็น 35 % สำหรับรถที่รองรับน้ำมัน E20 และ 30 % สำหรับบางรุ่นที่รองรับน้ำมัน E85

2. รถยนต์นั่งประเภทอี 85 และรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 25% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30% (เดิมจัดเก็บภาษี 25%)
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 35% (เดิมจัดเก็บภาษี 30%)

3. รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 10%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 10%
– ปล่อยก๊าซเกิน 100-150 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 20%
– ปล่อยก๊าซเกิน 150-200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 25%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30%

4. รถยนต์ Eco Car (เดิมจัดเก็บภาษี 17%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร และใช้น้ำมัน E85 ได้ จัดเก็บภาษี 12%
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 14%
– ปล่อยก๊าซเกิน 100-120 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 17%

5. รถยนต์กระบะที่ไม่มีพื้นใส่สัมภาระด้านหลังคนขับ มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 3%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 3%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 5%

6. รถยนต์กระบะที่มีพื้นใส่สัมภาระด้านหลังคนขับ มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 3%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 5%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 7%

7. รถยนต์นั่งที่มีกระบะ (ดับเบิ้ลแคป) มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 12%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 12%
– ปล่อยก๊าซเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 15%

8. รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี (เดิมจัดเก็บภาษี 20%)
– ปล่อยก๊าซไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 25%
– ปล่อยก๊าซฯเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จัดเก็บภาษี 30%

รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (PPV) ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 3,250 ซีซี จากเดิมเสียภาษี 20 % ทุกรุ่น ในอัตราใหม่จะเพิ่มเป็น 25 % สำหรับรถที่ปล่อยไอเสีย ไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร และ 30 % สำหรับรถที่ปล่อยไอเสียเกิน ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ส่วนใหญ๋นั้นยังมีค่าไอเสียเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร หมายความว่า ในปี 2559 รถพีพีวี จะเสียภาษีแพงขึ้นอีก 10 % แทบทุกรุ่น


จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่ารถยนต์ประเภทอีโคคาร์นั้นมาราคาถูกลง ซึ่งเป็นนโยบายที่ทางกรมสรรพสามิตต้องการสนับรถยนต์ประหยัดพลังงานและรักษ์โลกโดยจะปล่อยก๊าซ CO² ต่ำกว่า 100 g/km




 สรุป : ภาษีใหม่ = มาตรฐานใหม่
อัตราภาษีใหม่นี้ คาดว่าจะทำให้รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในตลาด มีราคาสูงขึ้น เพราะต้นทุนค่าภาษีจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-10 % อย่างไรก็ตาม ภาษีใหม่นี้ จะสร้าง “มาตรฐานใหม่” ให้แก่วงการยานยนต์ไทย โดยจะกระตุ้นให้ผู้ผลิต พัฒนา และสร้างสรรค์รถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน และปล่อยไอเสียต่ำ เพื่อให้อยู่ในพิกัดภาษีที่เหมาะสม ดังนั้น ในระยะยาว คนไทยจะได้ใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน

 ที่มา : KHAOBOX 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Sunday, December 20, 2015

ใครทำบุญไม่ขึ้น ทำอะไรติดๆขัดๆ ลองอ่านี่ดูชีวิตคุณอาจจะเปลี่ยน!


ตั้งใจอ่านให้ดีนะครับ อ่านจบอย่าเก็บไว้คนเดียวช่วยแชร์ให้ด้วย




   แพทย์ผ่าตัดโรคหัวใจมือหนึ่ง..เล่าเรื่องประสบการณ์ขอขมา
เจ้ากรรมนายเวรและบทขอขมา
อโหสิกรรม..ว่า ปกติเป็นคนที่สวดมนต์ ไหว้พระก่อนนอน
จะท่องเฉพาะบท “นโมตัสสะ ฯลฯ” กราบ 3 ครั้ง แล้วนอนเลย
แต่เมื่อก่อนปีใหม่ ได้หนังสือสวดมนต์มา ก็เลยได้สวดบท
ขอขมาอโหสิกรรม เจ้ากรรมนายเวร

   ตอนสวดครั้งแรก ก็ไม่คิดอะไรมาก คิดแค่ว่า
เป็นบทที่น่าสวดดี หลังจากสวดเสร็จ .คืนนั้น…
ฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุด สีชมพูแดง มานั่งคุยด้วย
เธอบอกว่า เมื่อก่อนโกรธเรามาก แต่มาวันนี้
ไม่โกรธแล้ว พอเราตื่นขึ้นมา เรารู้สึกว่าอิ่มเอมใจ
แบบอธิบายไม่ถูก คุยกับแม่ แม่ว่า คงเป็นเจ้ากรรมนายเวร
เขามาอโหสิกรรมให้ ก็เลยไปเล่าให้เพื่อน สนิทฟัง เพื่อนก็เลย
ขอให้ส่งบทสวด บทนั้นให้ พอเพื่อนเราสวด เธอก็ฝันเห็น
เด็กตัวเล็ก ๆ บอกเธอว่า เขากำลังจะไปเกิด เธอบอกว่า
เธอรู้สึกดีมาก ๆ ก็เลยอยากจะแชร์บท สวดมนต์ให้เพื่อนๆ
เผื่อใครสนใจอยากจะสวดบทอธิฐานขออโหสิกรรม
กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง
อะสัญจิจจะกัมมัง ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม


   กรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใดทั้งโดยตั้งใจก็ดี
ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรม
นายเวรทั้งหลาย จงโปรดยกโทษ ให้เป็นอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าอย่าได้
จองเวรจองกรรม ต่อกันอีกเลย แม้แต่กรรมใดที่ใคร ๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม
ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม ให้ทั้งสิ้น …. ยกถวายพระพุทธเจ้า
เป็นอภัยทาน ขอจงดลใจให้ เขาเหล่านั้น กลับมีเมตตาจิต
คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรม ต่อกันตลอดไป




   ด้วยอานิสงส์…
แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า พร้อมทั้งครอบครัว ตลอดจน…
วงศาคณาญาติ ผู้มีอุปการคุณ ของข้าพเจ้าพ้นจาก
ความทุกข์ยาก ลำบาก เข็ญใจ ความทุกข์อย่าได้ใกล้
ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอให้มีความสุขสวัสดี มีชัย เสนียดจัญไร
และอุปัทวันตรายทั้งหลาย จงเสื่อมสิ้นหายไป
นึกคิดปรารถนาสิ่งใด ที่เป็นไปโดยชอบ
ประกอบด้วยธรรม ขอให้สิ่งนั้น จงพลันสำเร็จ
จงพลันสำเร็จ…จงพลันสำเร็จ เทอญ

   นิพพานัง ปัจจะโย โหตุ

   แบ่งปันบุญกุศลนี้ให้คนที่คุณรักและให้กับคนที่รักคุณชีวิตคุณ จะดีขึ้น ทันที

ที่มา  share-si.com


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Saturday, December 19, 2015

รู้ยัง!! สามารถเช็คราคาโฉนดที่ดินที่ถือครองอยู่ ผ่าน Internet ได้แล้วนะ


เดี๋ยวนี้จะทำอะไรมันก็ง่ายแสนจะง่าย ขนาดจะเช็คราคาที่ดินยังง่าย แค่ปลายนิ้ว… มารู้จัก กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กับราคาประเมินที่ดินใหม่ 2558




       การให้บริการข้อมูลราคาประเมิน

1. ทางอินเตอร์เน็ต ในขณะนี้ประชาชนผู้สนใจจะขอทราบราคาประเมินที่ดินในพื้นที่ที่มี ราคาประเมินที่ดิน รายแปลงแล้วทางอินเตอร์เน็ตได้โดยเข้าเว็บไซด์ของ กรมธนารักษ์ www.treasury.go.th การสั่งค้นจะต้องมีข้อมูลหมายเลขโฉนดที่ดิน เลขที่ดิน หน้าสำรวจ เลขระวาง ตำบล เขต และจังหวัดของแปลงที่ดินที่ต้องการทราบราคาประเมิน

2. การสอบถามทางโทรศัพท์ สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ ให้บริการสอบถามราคาประเมินทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2142 2465 ถึง 67 โดยผู้สอบถามจะต้องมีข้อมูลดังนี้

* ที่ดินรายแปลง – หมายเลขโฉนดที่ดิน เลขที่ดิน หน้าสำรวจ ระวาง ตำบล เขตและจังหวัด
* โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง – ประเภทสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่อาคาร ปีที่ก่อสร้าง จังหวัดที่ตั้งอาคาร
* ห้องชุด – ชื่ออาคารชุด ชั้นที่ตั้งของห้องชุด ทะเบียนอาคารชุด จังหวัดที่ตั้งอาคารชุด กรณีห้องชุดใน กทม. ขอทราบอำเภอ (เขต) ตำบล (แขวง) ด้วย

3. การสอบถามที่สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน ในกรณีราคาประเมินที่ดินรายบล็อก ซึ่งจะมีแผนที่ประกอบบัญชีราคาประเมิน ผู้สนใจต้องการทราบราคาประเมินจะต้องทราบตำแหน่งที่ตั้งที่ดินในแผนที่ ประกอบบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์บัญชีฯ ดังกล่าว

สามารถติดต่อขอดูได้ที่ สำนักประเมินราคาทรัพย์สิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคาร B ชั้น 6 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 E-mail : pvb@treasury.go.th http://www.treasury.go.th/ กรมธนารักษ์

บริเวณพื้นที่ที่มีราคาประเมินที่ดิน สูงสุดอันดับต้นๆ ของประเทศ คือ




- ย่านสีลม ช่วงแยกศาลาแดง ถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ตารางวาละ 850,000 บาท เพิ่มขึ้น 31% จากรอบบัญชี ปี 51-54 ราคาตารางวาละ 650,000 บาท
- ถนนราชดำริ แยกราชประสงค์ถึงคลองแสนแสบ เพิ่มขึ้น ตารางวาละ 350,000 บาท
- ถนนพระรามที่ 1 แยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์ เพิ่มขึ้น ตารางวาละ 350,000 – 850,000บาท
- ถนนเพลินจิต ตลอดสาย เพิ่มขึ้น ตารางวาละ 430,000 บาท
- ถนนราชดำริ แยกศาลาแดงถึงแยกราชประสงค์ เพิ่มขึ้น ตารางวาละ 700,000 บาท
- ถนนเยาวราช ตลอดสาย เพิ่มขึ้น ตารางวาละ 350,000 – 550,000 บาท
- ถนนวิทยุ เพิ่มขึ้น ตารางวาละ 500,000-700,000 บาท เพิ่มขึ้น 42.86-100% ตารางวาละ 350,000 บาท
- ถนนสาทร ตารางวาละ 450,000-600,000 บาท เพิ่มขึ้น 12.5-42.8% หรือตารางวาละ 330,000-400,000 บาท

 ที่มา : KHAOBOX 


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Friday, December 18, 2015

เคล็ดลับผมสลวยสวยเงางามไม่ชี้ฟู ได้ด้วยเบคกิ้งโซดา


  สำหรับสาวๆ ผมตรงยาวต่างก็คงจะต้องการให้เส้นผมตรงสวยเงางามไม่ชี้ฟู แต่ถ้าจะอาศัยเพียงแค่การสระผมและใช้ทรีทเม้นต์บำรุงผมเพียงอย่างเดียวก็คงไม่เพียงพอ




ถ้าผมใครไม่เสียมากก็อาจจะช่วยได้บ้าง แค่ถ้าผมใครยิ่งยาวยิ่งเสียยิ่งฟู แถมแห้งกระด้างเหมือนไม้กวาดไม่มีความเงางามเอาซะเลย

บางครั้งยังคิดเลยว่านี่เหรอสิ่งที่เรียกว่าผม แต่ถ้ารับไม่ได้กับสภาพผมของตัวเองขนาดนั้นก็ลองมาดูแลด้วยเบคกิ้งโซดากันดูบ้างไหมคะ อาจจะมองดูว่าแค่เบคกิ้งโซดาจะช่วยได้เหรอ ผมเสียมากซะขนาดนี้ แต่อย่าเพิ่งดูถูกเบคกิ้งโซดานะคะถ้ายังไม่ได้ลอง เพราะสรรพคุณของเบคกิ้งโซดามีดีมากกว่าที่คุณคิด ถ้าไม่เชื่อก็ต้องไปลองคะ

อุปกรณ์ก็ไม่ต้องเตรียมอะไรให้ยุ่งยากมากความเพียงแค่มี

เบคกิ้งโซดา ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณผมของแต่ละคนนะคะถ้าผมหนามากก็เพิ่มปริมาณได้




นำมาผสมกับน้ำเปล่าให้เป็นครีมข้น พักไว้ก่อน จากนั้นก็ให้ชโลมให้เปียกแล้วเช็ดให้พอหมาด แล้วจึงนำเบคกิ้งโซดาที่ผสมไว้นำมานวดให้ทั่วศีรษะและหมักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที และล้างออกสระผมบำรุงผมตามปกติ เช็ดให้แห้งคุณจะเห็นว่าผมที่เสียชี้ฟูของคุณเริ่มชี้ฟูน้อยลงและตรงสวยและดูเงางามขึ้น แต่อาจจะยังไม่ตรงสวยเงางามเท่าที่ควรอย่าเพิ่งท้อคะ ให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ประมาณ 2-4 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลชัดเจนมากยิ่งขึ้น และคุณจะรู้สึกรักผมของคุณมากขึ้นด้วย ลองไปทำกันดูนะคะรับรองว่าผมของคุณจะต้องสวยอย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก Thailand Best Beauty 


กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Thursday, December 17, 2015

วิธีการอธิษฐานก่อนนอน เพื่อตัดกรรมตนเอง


อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้


(นะโม 3 จบ) “ สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต “




หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้งล่วงเกิน บิดา-มารดา
ครูบาอาจารย์พระพุทธ พระธรรม
พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กายวาจา ใจ ก็ดี
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย

หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมาขออนุญาตมีคู่
มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป
ขอถอนคำอธิษฐานคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต
ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูกที่ชอบที่ควร
ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัวตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้องจงเจริญด้วย
อายุ วรรณะ สุขะ พละลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า
ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท
ความอาฆาตและคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้พ้นนรกภูมิ พบแสงสว่างทั้งทางโลก ทางธรรม เทอญ …


“คนเราเกิดมาหลายภพชาติ ต่างมีเจ้ากรรมนายเวรของตนต่างกัน
การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้เบาบางน้อยลง "

เราต้องการสิ่งใด มีอุดมคติมุ่งมั่นในสิ่งใด ขอให้ระลึกถึงสิ่งนั้นและอธิษฐานจิตก่อนนอน เมื่อเรานอนหลับไป
จิตใต้สำนึกจะซึมซับเอาความปรารถนานั้นไว้ และพิจารณาหาทางให้เราประสบความสำเร็จ

เมื่อเราตื่นขึ้นตอนเช้า ขอให้เราคิดว่าเป็นชาติใหม่ของเรา
ขอให้คิดไปในทางที่ดี สร้างจินตภาพในเรื่องความสุขความสำเร็จ
เราจะได้มีพลังจิตที่เข้มแข็งไปในทางบวกและทำหน้าที่ที่มาถึงให้ดีที่สุด

จิตที่เต็มไปด้วยธรรมะ เป็นจิตที่มีความสร้างสรรค์มากเพราะไม่มีอะไรบกพร่อง
พร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน เขาจะรักหรือไม่รัก เรื่องของเขา แต่เราจะให้




ก่อนนอนทุกคืน เราควรตั้งใจให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่างและแก่ทุกคน ทำเสมือนหนึ่งว่า เราจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก
ความตั้งใจอย่างนี้ ทำให้ใจของเราสงบและเราจะหลับไปอย่างเป็นสุข ตื่นขึ้นพร้อมด้วยความสดชื่นแจ่มใส
ขอจงท่องจำไว้ว่า เมื่อใดใจของเราผูกเวร เมื่อนั้นมองไปทางใดก็พบแต่ศัตรู
แต่เมื่อใดใจของเรามีเมตตา มองไปทางใดก็เจอแต่มิตรไมตรี

ถ้าท่านเห็นว่าเป็นบทความนี้มีเนื้อหาดี
ก็กรุณาร่วมด้วยช่วยกันส่งต่อความดีด้วยเผยแพร่พระธรรมเป็นธรรมทานต่อๆกันไปด้วยครับ

ที่มา ShareSi 

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี

Thursday, December 3, 2015

วิธีขอขมาพ่อแม่ ใครที่ยังมีโอกาสอยู่ รีบทำตอนนี้ดีกว่าไปเคาะโลง


ใครที่ยังไม่เคยทำและยังมีโอกาสอยู่ รีบทำตอนนี้ดีกว่าไป เคาะโลง อย่าอายที่จะทำดี!!

การขอขมาพ่อแม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตทำได้ทุกเทศกาล ใครที่อยากขอขมาในสิ่งที่ทำไม่ดีกับพ่อ-แม่ แต่ไม่รู้วิธีขอขมาพ่อแม่ สิ่งที่ควรเตรียมก่อนขอขมาพ่อแม่ ลองมาดู วิธีขอขมาพ่อแม่กันเลย




สำหรับการขอขมาพ่อแม่ เป็นสิ่งที่ลูก ๆ ทุกคนควรทำ เพราะใน 1 ปีที่ผ่านมา เราไม่อาจรู้ได้ว่า มีสิ่งใดบ้างที่เราทำลงไป และเป็นเหตุให้พ่อแม่ไม่พอใจ ไม่สบายใจบ้าง ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม และการขอขมาพ่อแม่ ยังเป็นแสดงออกถึงความสำนึกในบุญคุณของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาอีกด้วย ซึ่งการขอขมาพ่อแม่สามารถทำได้ทุกวัน และทุกเทศกาล

ดังนั้นหากใครที่อยากขอขมาในสิ่งที่ทำไม่ดีกับพ่อ-แม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ลองมาดู วิธีขอขมาพ่อแม่ และบทสวดขอขมากรรม ที่เรานำมาฝากกันค่ะ

วิธีการขอขมากรรมกับบิดามารดาอย่างถูกวิธี

สิ่งที่ควรเตรียมในการขอขมาพ่อแม่

1. พานธูปเทียนแพ และพวงมาลัย ที่มีดอกมะลิ ในพวงมาลัย 1 พวง

2. ซองใส่ปัจจัยให้พ่อแม่เ ถือเป็นการซื้อชีวิตใหม่จากบุพการี

3. ชุดใหม่ให้พ่อแม่ นิยมเป็นชุดนอน และอาหารที่ท่านโปรด

4. กะลังมังใบใหม่ใส่น้ำอุ่น น้ำลอยดอกมะลิ หรืออาจจะเป็นน้ำใส่น้ำอบให้หอม ๆ

5. ผ้าเช็ดมือ เช็ดเท้าผืนใหม่

6. ผ้าขาวดิบ

7. ถาดใส่ของ (วางทับด้วยผ้าขาวดิบ)

8. สถานที่ทำพิธีขอขมา ควรเป็นกลางแจ้ง

หมายเหตุ : หากไม่มี หรือไม่สามารถ เตรียมตามความพร้อมทั้งหลายเหล่านี้ได้ ท่านสามาถกระทำเพียงน้อมจิตตั้ง นโมฯ ทำการกล่าวคำสมาลาโทษได้เลย

วิธีขอขมาพ่อแม่

ขั้นตอนในการขอขมาพ่อแม่

1. ก่อนทำพิธีขอขมาพ่อแม่ ให้อธิษฐานจิตบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ดังนี้

"องค์พระพุทธเจ้า ลูกชื่อ................................... วันนี้ลูกตั้งใจจะขอขมา ขอโอสิกรรมจากคุณพ่อคุณ แม่

ขอองค์พระพุทธจงบันดาลให้ลูกทำสิ่งนี้สำเร็จเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ด้วยเทอญ

แม่ซื้อ เทพยดาทั้งหลาย เจ้าที่เจ้าทาง พระแม่ทรณี พระแม่คง พระแม่พระพาย พระแม่พระเพลิง

วันนี้ เวลานี้ ลูกชื่อ...............................ได้ตั้งใจที่จะทำพิธีขอขมา ขออโหสิกรรมจากคุณพ่อ คุณแม่ ขอจงเป็นพยานให้ลูกด้วยเทอญ"

2. ให้พ่อกับแม่นั่งบนเก้าอี้หรือโซฟา ขณะที่เรานั่งกับพื้น พร้อมกราบท่าน 3 ครั้ง

3. ให้ยกเท้าของท่านมาล้างในกะละมังน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ โดยขณะที่ล้างเท้าให้ท่านอยู่นั้น ก็กล่าว ขอขมากรรมในสิ่งที่เคยล่วงเกินท่าน ทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในอนาคต ทั้งกายก็ดี วาจาก็ดี ใจก็ดี หรือในสิ่งที่ทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ ลูกกราบขออโหสิกรรมในสิ่งเหล่านั้นด้วย

4. หลังจากที่เราล้างเท้าท่านไป พูดไป จนเสร็จ ก็ให้นำเท้าของท่านมาวางบนขาเรา ซึ่งมีผ้าเช็ดเท้ารองอยู่ หลังจากนั้น ก็ให้เช็ดเท้าท่านให้แห้ง

5. เมื่อเช็ดเท้าของท่านแห้งดีแล้ว ก็ให้นำเท้าของท่านมาวางไว้บนขาเราก่อน และอธิฐานจิตพร้อมพูดบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกครั้งว่า

"พระแม่ธรณีเจ้าขา พระแม่คงคาเจ้าขา พระแม่พระพายเจ้าขา พระแม่พระเพลิงเจ้าขา

ลูกมาขอกราบขมาลาโทษ ขอเป็นทิพยญาณ นำความดีและกุศลผลบุญที่ลูกทำในครั้งนี้

ไปบอกปู่ยมราช และนายนิติยบาลให้ด้วย ให้ช่วยจดบันทึกคุณงามความดีครั้งนี้ ที่ผ่านมา

ลูกจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ ลูกขอรับใช้กรรม แต่หลังจากนี้ไป ลูกกราบขอชีวิตใหม่จากบุพการี"

6. จากนั้นให้เราก้มหมอบลง และนำเท้าท่านมาวางบนหัวเรา

7. หลังจากนั้น ก็นำพานธูปเทียนแพมามอบให้กับกับท่าน พร้อมพูดว่า

"พ่อคะ/แม่คะ ลูกขอขมา ขออโหสิกรรม ขอชีวิตใหม่ที่ดีให้ลูกด้วยนะคะ (ท่านก็จะพูดให้ศีลให้พร ให้ชีวิตใหม่กับเรา)"

8. สุดท้าย ให้อธิษฐานจิตอีกครั้งถึงพระพุทธเจ้า พร้อมกล่าวว่า

"ลูกชื่อ.............................ขออนุโมทนาบุญ จากพระพุทธเจ้า ให้สำเร็จบุญนี้ให้ลูกด้วย

ลูกขอนำกุศลบุญส่วนหนึ่ง อุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวร ที่ติดตามลูกมาแต่อดีตชาติจนปัจจุบัน ให้รับกุศลของลูก ณ บัดนี้ เดี๋ยวนี้........

(เราพูดเองต่อ ขานเอง เออเอง) รับเลยจ๊ะ รับแล้วใช่ไหมจ๊ะ สาธุ สาธุ สาธุ"

คำกล่าว ขอขมาพ่อแม่

นอกจากคำกล่าวขอขมาข้างต้น ยังมีอีกหนึ่งคำกล่าวที่สามารถใช้ในพิธีขอขมาได้เช่นกัน คือ

"กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส ที่ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ประมาทพลาดพลั้งทำผิดมาในชาตินี้ ตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน (หากนึกเรื่องได้ เช่น เคยด่าว่าพ่อแม่ เคยขัดใจท่าน เคยเถียงท่าน ควรบอกให้หมด) หนูสำนึกแล้ว ในกรรมนั้น ขอให้พ่อและแม่ อโหสิกรรมให้กับลูกในทุก ๆ เรื่อง"

หมายเหตุ :

กรณีที่คุณพ่อ เสียชีวิตไปแล้ว หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

- หลังจากที่ล้างเท้าคุณแม่เสร็จแล้วบอก ขอให้คุณแม่เป็นตัวแทนคุณพ่อ พร้อมขอให้ช่วยยกโทษ และอโหสิกรรมให้แทนคุณพ่อด้วย หลังจากนั้น ให้นำพวกมาลัยกับซองเงิน มาให้คุณแม่แล้ว จึงกราบเท้าคุณแม่แทนคุณพ่อ เพิ่มอีก 3 ครั้ง

กรณีที่คุณแม่ เสียชีวิตไปแล้ว หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

- หลังจากที่ล้างเท้าคุณพ่อเสร็จแล้วบอก ขอให้คุณพ่อเป็นตัวแทนคุณแม่ พร้อมขอให้ช่วยยกโทษ และอโหสิกรรมให้แทนคุณแม่ด้วย หลังจากนั้น ให้นำพวกมาลัยกับซองเงิน มาให้คุณพ่อแล้ว จึงกราบเท้าคุณพ่อแทนคุณแม่ เพิ่มอีก 3 ครั้ง

กรณีที่คุณพ่อ คุณแม่ เสียชีวิตไปแล้ว หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน




- สำหรับกรณีนี้ ขอให้คุณพ่อหรือคุณแม่ของแฟนเป็นตัวแทนในการขอขมา แต่ถ้าไม่มีแฟน ก็เปลี่ยนเป็นคุณปู่ย่า ตายาย แทน แต่ถ้าไม่อีก ก็ให้ใช้พ่อแม่บุญธรรมแทน จะใช้พ่อบุญธรรมหรือแม่บุญธรรมเพียงคนเดียวแทนทั้งสองฝ่ายก็ได้ ถ้าไม่มีพ่อแม่บุญธรรม ให้หาครูบาอาจารย์ที่เราเคารพรักจริง ๆ แทนก็ได้ พร้อมทำตามขั้นตอนเหมือนที่ขอขมากับคุณพ่อคุณแม่ทุกอย่าง

อย่างไรก็ดี ขอให้เราพึงระลึกไว้เสมอว่า พิธีขอขมากรรมต่อพ่อแม่ เป็นเพียงการขอขมาให้ความผิดที่เราได้เคยกระทำต่อท่านเท่านั้น ดังนั้น หากต้องการตอบแทนท่านจริง ๆ ขอเพียงเราปฏิบัติตนเป็นลูกที่ดี กตัญญูต่อท่าน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในความรู้สึกของพ่อแม่แล้ว


บทความจาก...... facebook พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสารจาก สวัสดี